รีวิวภาพยนตร์ The Divine Fury : มือนรกพระเจ้าคลั่ง

รีวิวภาพยนตร์ The Divine Fury : มือนรกพระเจ้าคลั่ง

 

The Divine Fury : มือนรกพระเจ้าคลั่ง ภาพยนตร์เกาหลี แนวแอ็คชั่น, แฟนตาซี กำกับโดย เจสัน คิม หรือ คิม จูฮวาน (Kim Joo-hwan)

 

เป็นเรื่องราวของ ยงฮู ( รับบทโดย พัคซอจุน ) แชมเปียนนักสู้ MMA ระดับโลก ผู้ไม่เคยแพ้ คู่ต่อสู้ใดเลย เขาเป็นคน ไร้ศรัทธา ในพระเจ้า  แม้ว่าเขา จะเกิดมา ในครอบครัว คริสเตียน

เพราะในวัยเด็ก เขาต้องสูญเสียแม่ สูญเสียพ่อที่เป็นตำรวจไป ภาวนาเท่าไหร่ ทำตาม ที่หลวงพ่อบทหลวงบอกเท่าไหร่ ก็ไม่เคยได้ผล เขาจึง เสื่อมศรัทธา ตั้งแต่วันนั้น และยังโกรธแค้น บาทหลวง ที่โบสถ์ ซึ่งไม่สามารถ สวดอ้อนวอน ได้สัมฤทธิ์ผล

วันหนึ่ง ขณะที่ ยงฮู กำลังเดินทาง กลับมาเกาหลี แต่ตื่นขึ้นมา พบกับ รอยแผล แหลมลึก ที่ฝ่ามือ ข้างหนึ่ง และมักจะมี เลือดออก ในกลางดึก เมื่อฝันว่า ถูกคุกคาม จากสิ่งชั่วร้าย บางอย่าง

แพทย์ก็หาข้อสรุป ของโรค ให้ไม่ได้  ผู้จัดการส่วนตัว เลยแนะนำ ให้ลองไปหา หลานสาวของเขา ที่มีอาชีพ เป็นแม่หมอ เธอได้ชี้แนะ ให้ยงฮู ไปหา บาทหลวงอัน ( รับบทโดย อันซองกี ) ที่โบสถ์

 

The Divine Fury

 

บาทหลวงอัน เป็นบาทหลวง ปราบผี สไตล์คาทอลิค ที่ภารกิจหลัก คือ การตามหา ดาร์กบิชอป นักบวชที่อุทิศตน ให้กับ วิญญาณ ชั่วร้าย  แต่ระหว่างนั้น บาทหลวง ก็จะช่วยปราบผี ให้ผู้เดือดร้อน

ในคืนที่ ยงฮู แวะไปหา บาทหลวงอัน เขากำลัง ทำพิธี ปราบผีร้าย และกำลัง จนมุม ยงฮู จึงเข้าไปช่วยเหลือ จนก็ได้พบว่า รอยแผล ที่ฝ่ามือ ของเขา มันคือ พลังพิเศษ ที่ได้มาจาก พระเจ้า

พลังของพระเจ้า ที่อยู่ในมือ ของยงฮู มีไว้เพื่อ กำจัดมาร ตนนี้นั่นเอง

 

The Divine Fury

 

ส่วนที่ ต้องชื่นชม อย่างมากเลย ก็คือ การนำ ชั้นเชิง เรื่องดราม่า ของหนังเกาหลี มาผสมผสาน ใส่แนว หนังไล่ผี ของฝรั่ง ได้อย่าง น่าสนใจ  เพิ่มมิติ การเล่าเรื่อง ได้แปลกรส ได้อย่าง พอดิบพอดี

ถ้าหนังฝรั่ง เราก็คง มีตัวเอก ที่ไม่ศรัทธา ในพระเจ้า แต่ต้อง รับบททดสอบ ด้วยการ เผชิญหน้า กับปีศาจ ที่เข้าสิง ผู้บริสุทธิ์ แล้วสุดท้าย ก็เกิด เชื่อมั่น ศรัทธา แล้วเอาชนะ ไปได้ อย่างง่าย ๆ เป็นอันจบ เป็นแนว ที่คุ้นเคยดี จากหนังตระกูลนี้

แต่กับ หนังเกาหลี เรื่องนี้ ได้สร้างบันได แห่งการพิสูจน์ ตัวละคร ที่ละเอียดกว่า ดูน่าเชื่อกว่า พระเอก ไม่ได้อยู่ ๆ ก็มาเชื่อ อย่างปุ๊บปั๊บได้ เอาว่ากันตรง ๆ แล้ว จนจบเรื่อง เขาก็ยัง พูดว่า เขาไม่ได้ศรัทธา ในพระเจ้า อยู่ดีด้วยซ้ำ

และเส้นทาง การเรียนรู้ ของตัวเอก ก็ไม่ได้ เรียบราบ จนไร้สติ แต่เป็น การเรียนรู้ ที่ค่อย ๆ มีพัฒนาการ โดยคง ลักษณะนิสัย ที่เป็นเสน่ห์ ของพระเอก ที่นิ่ง กวนเล็ก ๆ

และเหมือน มีคำถาม ขัดแย้ง กับศาสนา อยู่ตลอดเวลา ให้คนดู ชวนคิดตามด้วย และบาทหลวง ก็เก่ง ในการสอน ด้วยสิ หนังเลย มีโมเมนต์ ดี ๆ อยู่ตลอด

ตรงนี้ ถือเป็น การสร้างความขัดแย้ง ที่น่าจับตามอง ตลอด ของการแสดง คู่กัน ระหว่าง คู่หูต่างรุ่น อย่างพระเอก กับบาทหลวงสูงวัย ซึ่งตรงนี้ ต้องยอมรับ ว่าการแสดงของ อัน ซึงกิ นั้น ชูชง ให้บทบาทของ พัค ซอจุน ยิ่งดูเข้มข้น ขึ้นมาก

และเรา ยังไม่อาจ ละสายตา จากการเล่นน้อย แต่สะกด ของทั้งคู่ ได้เลย บ่อยครั้ง เป็นเพียง การเล่นด้วย การกะพริบตา แต่สื่ออารมณ์ ได้หลากหลาย

แม้แต่ บทสมทบเล็ก ๆ ของ ชอย วูซิก เอง เราก็จะได้เห็น ว่าเขา มีฉากโชว์ ของตัวเอง ที่น่าสนใจ เช่นกัน ถือเป็น เครื่องยืนยัน ว่าบท การกำกับ และการแสดง ของหนังเรื่องนี้ คือ เครื่องเทสรสใหม่ ที่ทำให้ หนังแนวนี้ แตกต่าง อย่างมีนัยยะ สำคัญจริง ๆ

จุดอ่อน ของ The Divine Fury : มือนรกพระเจ้าคลั่ง คือฉากช่วงสุดท้ายนั้น ไม่ค่อยมัน เร้าใจ สมการรอคอย ที่ปูกันมา ยาวนาน คิวบู๊ และการออกแบบ ฉากต่าง ๆ ยังน่าจะ ทำได้สนุกกว่านี้ น่าตื่นตา ตื่นใจ กว่านี้ ได้อีก เล่นบาคาร่า

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *