รีวิวภาพยนตร์ Aladdin : อะลาดิน

รีวิวภาพยนตร์ Aladdin : อะลาดิน

 

Aladdin : อะลาดิน เป็นภาพยนตร์ อเมริกัน แนวแฟนตาซี มิวสิคเคิล กำกับภาพยนตร์โดย กาย ริตชี เขียนบทภาพยนตร์ร่วมกับ จอห์น ออกัสต์ ผลิตโดย วอลต์ดิสนีย์พิกเชอส์ โดยนำเรื่อง อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ ของวอลต์ ดิสนีย์ กลับมาทำใหม่ โดยใช้คนจริงแสดง

 

เรื่องย่อ

หนังเล่าถึง เรื่องราวของ อะลาดิน ( รับบทโดย Mena Massoud ) เด็กหนุ่มข้างถนน จอมโจร แสนเจ้าเล่ห์ แห่งเมืองอัคราบาห์ เด็กหนุ่ม มีลิงจ๋อ คู่กาย อยู่ตัวหนึ่ง ที่ทะเล้น และขโมยเก่ง ไม่แพ้กัน

แต่ว่า ในวัง มีจาฟาร์ ( รับบทโดย Marwan Kenzari ) เสนาบดี ที่มักใหญ่ ใฝ่สูง อยู่คนหนึ่ง ที่มุ่งหวัง จะได้เป็น สุลต่าน เมืองอัคราบาห์ แต่สิ่งที่ มันต้องการ คือตะเกียงวิเศษ แต่ผู้ที่ได้มันไป ก็คือ อะลาดิน

คราวนี้ เพื่อให้แผนการณ์ ทุกอย่างสำเร็จ จาฟาร์ จึงต้องแย่งชิง ตะเกียงวิเศษ ที่มีจีนี่ ( รับบทโดย Will Smith ) ยักษ์สีฟ้า ผู้บันดาลทุกอย่าง ได้ตามคำขอ แต่มีจำนวนข้อ ที่จำกัด เหตุการณ์ชุลมุน ที่มีเมือง เป็นเดิมพัน จึงบังเกิดขึ้น

 

Aladdin

Aladdin ถือเป็น หนังไลฟ์แอ็คชั่น ที่สร้างขึ้น จากการ์ตูนดัง ของดิสนีย์ เรื่องที่ 2 การเรียกใช้ กาย ริชชี่ มาเป็นผู้กำกับ นับว่า เป็นก้าวที่ กล้าหาญ ไม่น้อยเลย ด้วยว่าหนังของ กาย ริชชี่ แทบไม่เคยมี หนังครอบครัว ในประวัติการทำงานเลย

และมุกส่วนใหญ่ ยังดูผู้ใหญ่ เกินไป อยู่ไม่น้อย จนหลายคน กังวลว่า อะลาดิน ฉบับนี้ จะออกมาเละเทะ ไปกันใหญ่ แถมยัง หมั่นสร้าง ความตระหนก ให้แฟนการ์ตูน ต้นฉบับ

ทั้งภาพโปรโมต ที่วิลล์ สมิธ ปรากฎกาย ด้วยสีผิวปกติ จนเกิดเสียงติเตียน ไปทั่ว โลกโซเชียลมีเดีย จนได้ปล่อย ตัวอย่างจริง ออกมา นั่นแหละ ถึงพอเบาใจ กันได้ หลังได้เห็น ฉากขี่พรมวิเศษ สุดโรแมนติก ในความทรงจำ

แต่หากคิดว่า คนอย่าง กาย ริชชี่ จะคัดลอก รูปแบบ ของการ์ตูน มาแบบหน้าด้าน ๆ ขอให้คิดใหม่ ได้เลย เพราะบทภาพยนตร์ ฉบับนี้ กล้าหาญ ถึงขั้น ใส่มุกตลก กาว ๆ แต่ไม่หยาบคาย เข้ามา ให้คนดู ผู้ใหญ่ ได้หัวเราะกัน ก๊ากใหญ่ ๆ ไปเลย

อย่างมุก เสียดสี เจ้าชายรูปงาม แต่สมองน้อย ที่แอบจิกกัด ระบอบปิตาธิปไตย ได้เจ็บแสบ อยู่ไม่น้อย ผสมผสาน ไปกับมุก การ์ตูน ๆ อย่างเจ้าลิงบาบู จอมซน ที่หมั่นหาเรื่อง ได้อย่างกลมกล่อม

และยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ไม่เคยปรากฎ ในฉบับการ์ตูนแน่ ๆ คือ ความเฟมินิสต์ ของเรื่องราว โดยเฉพาะเจ้าหญิง จัสมิน ที่ฉบับนี้ คือได้ เสนอตัว ปกครองประเทศ ในฐานะ สุลต่าน

เรียกได้ว่า ตอบรับ กระแสพลังหญิง แบบสุดโต่ง จนน่าจะ เป็นแรงผลักดัน ที่ดี ให้สาวน้อยทั้งหลาย มีโรลโมเดลดี ๆ ได้อย่างน่าชื่นชม ถือว่าความพยายาม ของดิสนีย์ ที่พยายามสร้างความเท่าเทียม ก็ตอบโจทย์ กับการดัดแปลง จนเกิดเป็น อะลาดิน ฉบับนี้ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

Aladdin

 

กาย ริชชี่ ได้ตระหนักรู้ว่า ในเมื่อหนัง ที่ทำอยู่ มีความเป็นแฟนตาซี เลยไม่ได้ยึดตรรกะ กับโลกจริง และสร้างความมหัศจรรย์ จากการ ผสมผสาน วัฒนธรรม

โดยเฉพาะ การนำองค์ประกอบ แบบหนังบอลลีวูด มาใช้ สำหรับ ฉากมิวสิคัล ที่ทำได้ยิ่งใหญ่ อลังการ ทุกฉาก และยังเพิ่ม การผสานวัฒนธรรม ได้อย่างแปลกตา

เช่น ฉากเปิดตัว เจ้าชายอาลี ที่ผสม ทั้งนักเต้นระบำหน้าท้อง นักเต้นคาร์นีวัล ไปจนถึง เบรคแดนซ์ ได้อย่างตื่นตาตื่นใจ ส่วนฉากมิวสิคัล อื่น ๆ เรียกได้ว่า ริชชี่ เข้าใจ ความเป็นหนัง ผสานงาน ออกแบบงานสร้าง สุดอลังการ และงดงาม โดยยังคงมนต์ขลัง จากการ์ตูน ต้นฉบับไว้ ได้ไม่ตกหล่นเลย

อีกทั้ง ยังมีการทำงาน ในส่วนภาคดนตรี ร่วมกับ อลัน เมนเคน ที่เคยทำดนตรี ให้กับ อะลาดิน ฉบับอนิเมชัน เมื่อปี 1992 ให้ดัดแปลง เพลงจากต้นฉบับ ให้มีความร่วมสมัย ทั้งใส่กลิ่นอาย ความเป็นพอพ และฮิพฮอพ ได้อย่างครื้นเครง

เรียกได้ว่า ในพาร์ตยากสุด ๆ ได้มือดี มาดูแล ก็ทำผลงาน ได้ยิ่งกว่าหายห่วง เลยทีเดียว

สำหรับ บรรดานักแสดง โดยรวม ถือว่า ทำหน้าที่ ได้ดี ทั้ง มีนา แมสโซด์ ที่รับบทเป็น อลาดิน ได้อย่างมีเสน่ห์ ส่วน นาโอมิ สก็อตต์ ก็สวย ทุกช็อต ที่ปรากฏตัวจริงๆ

ส่วนคนที่ น่าจะรับ แรงกดดันสุด ๆ อย่าง วิลล์ สมิธ ก็ขอชื่นชม ด้วยใจจริง ทุกฉาก ที่มียักษ์จินนี่ วิลล์ สมิธิ ไม่เคยทำให้ ผิดหวัง ความทะเล้น พลังงาน ในการเต้น ที่ล้นเหลือ ไปจนถึง ฉากแสดงอารมณ์ ไม่มีขาดตก บกพร่อง เลย

ใครคิดถึง การ์ตูนต้นฉบับ รับรองว่า Aladdin ไม่ทรยศ กับหนังในดวงใจ อย่างแน่นอน ส่วนแฟน ๆ รุ่นใหม่ ก็น่าจะถูกใจ กับความจัดจ้าน ของงานสร้าง และเรื่องเล่า ที่ร่วมสมัย เอามาก ๆ นับเป็น หนังไลฟ์แอ็คชั่น จากดิสนีย์ ที่สร้างสรรค์มาก ๆ และบันเทิงสุด ๆ ไปเลย เล่นบาคาร่า

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *